บทความ

ตอบคำถาม ฝ้าและกระต่างกันอย่างไร พร้อมแนะนำวิธีรักษาฝ้า กระ ให้แลดูจางลง

melasma-vs-freckles

ฝ้า กระ มีลักษณะเป็นจุดสีเข้ม หรือร่องรอยสีดำและสีน้ำตาลเป็นปื้นที่ปรากฏชัดอยู่บนผิวหน้า ซึ่งส่งผลให้ผิวหน้าดูไม่เรียบเนียนกระจ่างใส แม้จะไม่อันตราย แต่ก็ไม่สามารถรักษาให้หายขาด จึงเป็นปัญหาผิวกวนใจที่ทำให้หลายคนเสียความมั่นใจได้ไม่น้อย สำหรับใครที่ยังสงสัยอยู่ว่าฝ้าต่างกับกระยังไง บทความนี้ Romrawin Cosmetics จะพาคุณมาทำความเข้าใจเกี่ยวกับฝ้า กระให้มากขึ้น พร้อมแนะนำวิธีรักษาฝ้า กระให้แลดูจางลง

ตลอดจนเคล็ดลับการดูแลผิวหน้า เพื่อป้องกันการเกิดฝ้า กระให้กับคุณ

สารบัญบทความ

ทำความเข้าใจ ฝ้า กระ ต่างกันอย่างไร

ฝ้าต่างกับกระยังไง? หลายคนอาจสับสนระหว่างฝ้ากับกระ และมักเข้าใจผิดว่าฝ้า กระเป็นปัญหาผิวอย่างเดียวกัน หรือต้องเกิดขึ้นพร้อมกันเสมอ แท้จริงแล้วฝ้า กระมีความแตกต่างกัน แม้จะมีลักษณะที่คล้ายกันอยู่ก็ตาม

ฝ้า คืออะไร

ฝ้า คืออะไร

ฝ้า (Melasma) คือ ลักษณะปื้นที่มีสีน้ำตาลอ่อนไปจนถึงสีดำที่เกิดบนผิวหน้า ส่งผลให้ผิวดูไม่เรียบเนียนกระจ่างใส และสีผิวดูไม่สม่ำเสมอ พบได้มากในบริเวณที่ผิวสัมผัสกับแสงแดดโดยตรง เช่น โหนกแก้ม, หน้าผาก, จมูก, เหนือริมฝีปาก, คาง ซึ่งส่วนใหญ่จะเกิดกับผู้หญิงมากกว่าผู้ชาย และพบได้ในวัยกลางคนมากกว่าวัยอื่น ๆ โดยฝ้าสามารถแบ่งตามระดับความลึกในการเกิดได้ ดังนี้

  • ฝ้าตื้น เกิดขึ้นในผิวหนังชั้นนอกหรือผิวชั้นหนังกำพร้า มีสีน้ำตาลเข้ม มองเห็นขอบได้ชัดเจน เกิดได้ง่าย และรักษาได้ไม่ยาก

  • ฝ้าลึก เกิดขึ้นในผิวหนังระดับชั้นหนังแท้ มีสีน้ำตาลอมฟ้าหรือสีน้ำตาลอมม่วง รักษาได้ยากกว่าฝ้าตื้น 

  • ฝ้าผสม มีลักษณะเป็นทั้งฝ้าตื้นและฝ้าลึกผสมกัน พบได้บ่อยในผู้ที่มีปัญหาฝ้า กระบนผิวหน้า

สำหรับใครที่ยังมีข้อสงสัยเกี่ยวกับฝ้า สามารถอ่านข้อมูลเกี่ยวกับฝ้าอย่างละเอียดได้ที่นี่ : ฝ้า

กระ คืออะไร

กระ คืออะไร

กระ (Freckles) คือ จุดกลม ๆ ขนาดเล็กที่มีสีน้ำตาลอ่อนไปจนถึงสีน้ำตาลเข้ม ซึ่งกระจายอยู่ทั่วผิวหน้า ทั้งยังสามารถมองเห็นขอบได้ชัดเจน มักพบได้ในบริเวณที่โดนแสงแดดบ่อย ๆ เช่น หน้าผาก โหนกแก้ม หรือสันจมูก โดยกระสามารถแบ่งออกได้ 4 ประเภท ดังนี้

  • กระตื้น มีลักษณะเป็นจุดสีน้ำตาลขนาดเล็ก กระจายอยู่ทั่วบริเวณผิวหน้า 
  • กระลึก มีลักษณะเป็นจุดเล็ก ๆ สีน้ำตาล เทา หรือดำ มองเห็นขอบไม่ชัดเจน มักพบในบริเวณโหนกแก้ม
  • กระเนื้อ มีลักษณะเป็นตุ่มนูนขนาดเล็ก สีน้ำตาลหรือดำ พบได้บ่อยในผู้สูงอายุ
  • กระแดด มีลักษณะเป็นจุดเล็ก ๆ สีน้ำตาล และมองเห็นขอบชัดเจน มักพบในผู้สูงอายุเช่นเดียวกัน


จะเห็นว่ากระและฝ้ามีลักษณะที่แตกต่างกัน โดยฝ้าจะมีลักษณะเป็นปื้น มีสีน้ำตาลอ่อนไปจนถึงสีดำ และอยู่เป็นกระจุกบนใบหน้า ส่วนกระจะเป็นจุดกลม ๆ ขนาดเล็ก มีสีน้ำตาลอ่อนไปจนถึงสีน้ำตาลเข้ม ทั้งยังมองเห็นขอบชัด และกระจายตัวอยู่ทั่วบริเวณผิวหน้า

ฝ้า กระ เกิดจากสาเหตุใด

แม้ฝ้า กระจะมีลักษณะที่แตกต่างกัน แต่สาเหตุของการเกิดฝ้า กระ ส่วนใหญ่เกิดจากสาเหตุเดียวกันคือ เซลล์เม็ดสีเมลานิน (Melanin pigment) ใต้ชั้นผิวหนังทำงานผิดปกติ โดยสร้างเม็ดสีออกมามากเกินไปนั่นเอง ซึ่งกระบวนการทำงานที่ผิดปกติของเม็ดสีเมลานินนี้ สามารถเกิดขึ้นได้เมื่อได้รับการกระตุ้นจากหลากหลายปัจจัย 

ปัจจัยที่กระตุ้นให้เกิดฝ้า กระ

ปัจจัยที่กระตุ้นให้เม็ดสีเมลานินทำงานผิดปกติ จนเกิดเป็นฝ้า กระตามมา มีดังนี้ 

  • แสงแดด การโดนแสงแดดจัดเป็นเวลานาน ๆ จะทำให้รังสี UVA และ UVB จากแสงแดดทำร้ายผิว เกิดอนุมูลอิสระในร่างกาย และกระตุ้นการทำงานของเม็ดสีเมลานิน จนทำให้เกิดฝ้า กระได้ 
  • พันธุกรรม ครอบครัวที่มีผู้เป็นฝ้า กระ สามารถส่งต่อการเกิดฝ้า กระจากพันธุกรรมไปยังรุ่นลูกรุ่นหลานได้ถึง 50% 
  • การเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมนในร่างกาย โดยเฉพาะฮอร์โมนเพศหญิงที่มักแปรปรวนในช่วงตั้งครรภ์ เป็นประจำเดือน หรือช่วงใช้ยาคุม สภาวะฮอร์โมนที่ไม่สมดุลนี้ จะกระตุ้นให้เม็ดสีเมลานินทำงานมากขึ้น จึงเพิ่มโอกาสการเกิดฝ้า กระได้ 
  • เครื่องสำอาง ที่มีส่วนประกอบของสารก่อให้เกิดการระคายเคือง เช่น น้ำหอม, สี, สารกันเสีย หรือแอลกอฮอล์ ซึ่งหากใช้ติดต่อกันเป็นระยะเวลานาน จะทำให้ผิวบางลงและไวต่อแสง เมื่อโดนแสงแดดจะเกิดฝ้า กระได้ง่าย 
  • ความเครียด ทำให้ฮอร์โมนในร่างกายไม่สมดุล ซึ่งจะกระตุ้นการทำงานของเม็ดสีเมลานินมากขึ้น จึงส่งผลให้เกิดฝ้า กระได้ 

  • การพักผ่อนไม่เพียงพอ ส่งผลต่อการเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมนในร่างกาย อันเป็นสาเหตุของการเกิดฝ้า กระเช่นเดียวกัน

วิธีรักษาฝ้า กระ ให้แลดูจางลง

วิธีรักษาฝ้า กระ

ฝ้า เป็นปัญหาผิวที่ไม่สามารถรักษาให้หายขาดได้อย่างถาวร และมีโอกาสกลับมาเป็นซ้ำอีกเมื่อหยุดรักษา ผู้ที่เป็นฝ้า กระจึงต้องทำการรักษาอย่างสม่ำเสมอ ทั้งนี้ หากคุณรักษาฝ้า กระได้อย่างเหมาะสมและถูกวิธี จะช่วยให้ฝ้า กระจางลงได้ ซึ่ง Romrawin Cosmetics ก็ได้รวบรวมวิธีลดฝ้า กระดี ๆ มาฝากคุณ ดังนี้

รักษาฝ้า กระด้วยการใช้สกินแคร์ 

สำหรับใครที่ต้องการรักษาฝ้า กระ ด้วยตัวเองโดยใช้สกินแคร์ ควรเลือกใช้สกินแคร์ที่มีส่วนผสมของสารไวท์เทนนิ่ง เช่น วิตามินซี, อาร์บูติน, กรดโคจิก, AHA ซึ่งจะช่วยยับยั้งการผลิตเม็ดสี เร่งการผลัดเซลล์ผิว รวมถึงช่วยลดฝ้า กระ และจุดด่างดำได้ โดยอาจเลือกใช้ผลิตภัณฑ์บำรุงผิวจาก Romrawin Cosmetics อย่าง Intensive Serum และครีมทาฝ้า Absolute Light Cream ที่มีคุณสมบัติยับยั้งการสร้างเม็ดสีเมลานิน ลบเลือนฝ้า กระให้จางลง พร้อมปรับสีผิวให้ดูกระจ่างใสขึ้น

รักษาฝ้า กระด้วยการใช้ยาทาฝ้า 

ยาทาฝ้าสามารถช่วยแก้ปัญหาฝ้าและกระ โดยเฉพาะกระแดดและกระตื้นได้อย่างตรงจุด เนื่องจากมีคุณสมบัติยับยั้งการผลิตเม็ดสีเมลานินและเร่งการผลัดเซลล์ผิว จึงทำให้ฝ้า กระบนใบหน้าของคุณดูจางลง ทั้งนี้ การใช้ยาทาฝ้า ควรอยู่ภายใต้การดูแลของแพทย์ผิวหนังเท่านั้น เพื่อป้องกันผลข้างเคียงจากการใช้ยา

รักษาฝ้า กระด้วยการทำเลเซอร์ 

การเลเซอร์ (Laser) เป็นการทำหัตถการเพื่อรักษาฝ้า กระที่นิยมใช้กันอย่างมาก เพราะสามารถกำจัดเม็ดสีได้อย่างตรงจุด และช่วยให้ฝ้า กระดูจางลงเร็วขึ้น อย่างไรก็ตามการเลเซอร์จะทำให้ผิวบางลงและไวต่อแสง ผู้ที่รักษาฝ้า กระด้วยวิธีนี้จึงควรหลีกเลี่ยงแสงแดดหลังรักษา เพราะอาจทำให้เกิดฝ้า กระที่เข้มขึ้นได้ 

รักษาฝ้า กระด้วยการฉีด Skin Booster 

การฉีด Skin Booster เป็นการฉีดวิตามินและสารสกัดบำรุงผิวเข้าสู่ผิวหน้าโดยตรง ซึ่งจะช่วยฟื้นฟูผิวจากภายใน เพิ่มความแข็งแรงและความชุ่มชื้นให้แก่ผิว ทั้งยังช่วยแก้ปัญหาผิวหน้าหมองคล้ำ รวมถึงปัญหาฝ้า กระ และจุดด่างดำบนผิวหน้าได้เช่นกัน ตัวอย่างการฉีด Skin Booster เพื่อแก้ปัญหาหน้าเป็นฝ้า กระที่ได้รับความนิยม เช่น การฉีดเมโสหน้าใสอย่าง มาเด้คอลลาเจน (MADE Collagen) และ Rejuran

รักษาฝ้า กระด้วยการกรอผิว 

การกรอผิวด้วยเกล็ดอัญมณี (Microdermabrasion: MD) เป็นการผลัดเซลล์ผิวอย่างอ่อนโยนด้วยเกล็ดอัญมณี ซึ่งจะช่วยกระตุ้นให้เกิดการสร้างเซลล์ผิวใหม่ขึ้นมาทดแทน และช่วยฟื้นฟูให้ผิวกระจ่างใสขึ้น ฝ้าตื้น กระ และจุดด่างดำดูจางลง ทั้งนี้ การรักษาฝ้าด้วยวิธีกรอผิวควรทำโดยแพทย์ผู้ชำนาญการ เพราะหากใช้พลังงานสูงเกินไปอาจทำให้ผิวระคายเคืองได้

เคล็ดลับการดูแลผิวหน้า ป้องกันการเกิดฝ้า กระ 

การดูแลผิวหน้าให้ถูกวิธีอย่างสม่ำเสมอ จะช่วยปกป้องผิวให้แข็งแรง สุขภาพดี ซึ่งจะช่วยลดความเสี่ยงในการเกิดฝ้า กระบนผิวหน้าได้ โดยคุณสามารถนำเคล็ดลับการดูแลผิวดังต่อไปนี้ไปปฏิบัติตาม เพื่อป้องกันปัญหาฝ้า กระที่อาจเกิดขึ้น

ทาครีมกันแดดเป็นประจำ และหลีกเลี่ยงการเผชิญแดดจัด 

เนื่องจากแดดเป็นตัวการสำคัญที่ทำให้เกิดฝ้า กระได้ จึงควรเลี่ยงการเผชิญแดดจัด รวมถึงทาครีมกันแดดก่อนออกแดดเป็นประจำทุกวัน โดยเลือกใช้ครีมกันแดดที่มีค่า SPF 30 ขึ้นไป รวมถึงมีค่า PA มากกว่า 2+ เพื่อปกป้องผิวจากรังสี UVA และ UVB

หลีกเลี่ยงการใช้สกินแคร์บำรุงผิวที่ไม่ได้มาตรฐาน

เพื่อปกป้องผิวให้ห่างไกลจากฝ้าและกระ ควรหลีกเลี่ยงการใช้สกินแคร์หรือเครื่องสำอางที่ไม่ได้มาตรฐาน ไม่ผ่าน อย. หรือมีส่วนผสมของสารอันตราย เช่น ปรอท สเตียรอยด์ เพราะอาจทำร้ายผิวหน้าจนเกิดเป็นฝ้า กระตามมานั่นเอง

ระมัดระวังการใช้ยาที่มีผลข้างเคียงทำให้เกิดฝ้า กระ 

การใช้ยาบางประเภทอาจมีผลข้างเคียงทำให้เกิดฝ้า กระบนผิวหน้าได้ เช่น ยาคุมกำเนิด ผู้ที่รับประทานยาคุมกำเนิดเป็นระยะเวลานานจะมีโอกาสเป็นฝ้า กระได้ง่ายกว่าผู้ที่ไม่รับประทาน เนื่องจากยาคุมกำเนิดมีปริมาณฮอร์โมนเพศหญิงค่อนข้างสูง จึงกระตุ้นการสร้างเม็ดสีเมลานินมากขึ้น ดังนั้นหากจำเป็นต้องรับประทานยาคุม ควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อนทุกครั้ง

รับประทานอาหารที่มีประโยชน์

การรับประทานอาหารที่อุดมไปด้วยวิตามินและสารต้านอนุมูลอิสระ หลีกเลี่ยงอาหารที่มีไขมันและน้ำตาลสูง และดื่มน้ำให้เพียงพอ จะช่วยให้ฮอร์โมนในร่างกายสมดุล ส่งผลให้การทำงานของเม็ดสีเมลานินเป็นปกติ จึงลดโอกาสการเกิดฝ้า กระได้ ทั้งยังช่วยให้ผิวพรรณดูสุขภาพดีด้วย 

พักผ่อนให้เพียงพอ

หากนอนไม่พอหรือมีความเครียดสะสม จะทำให้ฮอร์โมนในร่างกายไม่คงที่ ซึ่งจะไปกระตุ้นการทำงานของเม็ดสีเมลานิน จนส่งผลให้เกิดฝ้า กระบนผิวหน้าได้ ดังนั้นจึงควรนอนหลับให้เพียงพออย่างน้อยวันละ 6-8 ชั่วโมง และหลีกเลี่ยงความเครียด เพื่อรักษาสมดุลของฮอร์โมนในร่างกาย

ปัญหาฝ้า กระ บรรเทาได้

ฝ้า กระ เกิดจากร่างกายผลิตเม็ดสีเมลานินออกมามากเกินไป โดยมีปัจจัยสำคัญอย่างแสงแดด, ฮอร์โมน, การดูแลผิว รวมถึงพฤติกรรมการใช้ชีวิตเป็นตัวกระตุ้น ซึ่งแม้ว่าจะเกิดจากสาเหตุเดียวกัน แต่ฝ้าและกระนั้นมีลักษณะที่แตกต่างกันออกไป ทั้งนี้ กระกับฝ้านับเป็นปัญหาผิวที่ไม่อาจจัดการให้หายขาดได้ แต่หากใช้การรักษาอย่างเหมาะสม รวมถึงดูแลผิวหน้าอย่างถูกวิธีเป็นประจำ ก็จะช่วยบรรเทาให้ฝ้า กระแลดูจางลง

สำหรับใครที่ต้องการตัวช่วยรักษาฝ้า กระอย่างตรงจุด ขอแนะนำ เซรั่มช่วยลดฝ้า กระ และจุดด่างดำอย่าง Intensive Serum ด้วยสารสกัดจาก PHA และ Vitamin B3 จึงช่วยผลัดเซลล์ผิวอย่างอ่อนโยน ชะลอการสร้างเม็ดสี พร้อมเข้าฟื้นฟูผิวให้กระจ่างใส และ Absolute Light Cream ครีมทาฝ้าสูตรเข้มข้นที่อุดมไปด้วยส่วนผสมของ AIpha-Arbutin, Kojic Acid และ Licorice Extract ซึ่งมีคุณสมบัติยับยั้งการสร้างเม็ดสี ช่วยลบเลือนให้ฝ้า กระ และจุดด่างดำจางลง ตลอดจนฟื้นฟูผิวหน้าหมองคล้ำให้ดูเรียบเนียนกระจ่างใส